ประวัติบริษัท
ประวัติบริษัท
ตลอดเส้นทางการพัฒนาด้านโทรคมนาคมของประเทศไทย IGC ได้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน

พร้อมให้บริการรองรับเคเบิลใต้น้ำเส้นทางใหม่ (Ready for Services to New Submarine Cable)
- สถานีเคเบิลใต้น้ำ (Cable Landing Station: CLS) จังหวัดสตูล พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 เป็นต้นไป
- ได้รับสัญญาเพิ่มเติมจากผู้ให้บริการ OTT (Over-The-Top) สำหรับบริการเชื่อมต่อโครงข่าย (Interconnectivity) และบริการบริหารจัดการระบบ (Managed Services)
- เริ่มดำเนินการขยายโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable: OFC) ข้ามประเทศ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับเคเบิลใต้น้ำเส้นทางใหม่


ก้าวสำคัญทางธุรกิจ (Business Stepping Stone)
- ลงนามข้อตกลงสถานีเคเบิลใต้น้ำ (Cable Landing Station: CLS) ฉบับแรกกับผู้ให้บริการ OTT (Over-The-Top)
- ขยายขีดความสามารถและความจุของโครงข่ายโทรคมนาคมครอบคลุมทั่วประเทศ
- ก่อสร้างสถานีเคเบิลใต้น้ำ (CLS) แห่งแรก ณ จังหวัดสตูล


การขยายโครงข่าย (Network Expansion)
- ขยายการเชื่อมต่อโครงข่ายข้ามพรมแดน (Cross-Border Connectivity) ไปยังประเทศเพื่อนบ้านแห่งใหม่
- เชื่อมต่อกับจุดแลกเปลี่ยนอินเทอร์เน็ต (Internet Exchange: IX) หลักในภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล
- พัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล (Data Center Corridor) เพื่อรองรับการเติบโตของบริการดิจิทัลและคลาวด์
ลงนามข้อตกลงการให้บริการหลัก (Master Service Agreement: MSA) กับผู้ให้บริการ OTT (Over-The-Top) ในเดือนมีนาคม 2563
ได้รับสัญญาโครงการติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable: OFC) ฉบับแรกในเดือนเมษายน 2563 สำหรับพื้นที่มหานคร (Metropolitan Area) เพื่อรองรับการขยายบริการด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลโครงสร้างพื้นฐาน


บริการของ IGC (IGC's Services)
- ให้บริการวงจรสื่อสารระหว่างประเทศและโซลูชันด้านเครือข่าย ได้แก่ IPLC (International Private Leased Circuit), IEPL (International Ethernet Private Line), DPLC (Domestic Private Leased Circuit) และ IP Transit (IPT)
- เปิดให้บริการ IIG (International Internet Gateway) และ NIX (National Internet Exchange) เพื่อรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
- ศึกษาและพัฒนาโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบเคเบิลใต้น้ำ (Submarine Cable) และโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารระหว่างประเทศ


ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (Telecom License)
- ได้รับ ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่ 3 เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561
- ได้รับ ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่ 2 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561
*โอนทรัพย์สินและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) ภายใต้บริษัท IGC เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2561


พัฒนาโครงข่ายสำหรับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS Network)
- วันที่ 7 กรกฎาคม จัดตั้งบริษัท International Gateway Company (IGC) เพื่อดำเนินธุรกิจด้านโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศ
- เริ่มดำเนินการติดตั้งและขยายโครงข่าย DWDM (Dense Wavelength Division Multiplexing) ครอบคลุมทั่วประเทศ
- โครงข่ายมีความพร้อมสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์
- เริ่มให้บริการรับส่งทราฟฟิกจริง (Live Traffic) ผ่านโครงข่ายเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 (2017)


ลงทุนในโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศ (Invested in Nationwide Optical Fiber Network)
บริษัท ALT เริ่มดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable: OFC) ตามแนวเส้นทางรถไฟและทางหลวงทั่วประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและการเชื่อมต่อดิจิทัลในอนาคต.


เส้นทางโครงข่ายใหม่ครอบคลุมทั่วประเทศ (New Nationwide Route)
บริษัท ALT ได้ลงนามในสัญญาสัมปทานระยะเวลา 30 ปี กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (State Railway of Thailand: SRT) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2558 เพื่อพัฒนาและให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสงตามแนวเส้นทางรถไฟทั่วประเทศ.
